เนื้อหาในบทความนี้เกิดจากการที่ได้มีโอกาสศึกษาและกลั่นกรองแนวคิดที่น่าสนใจ จากโค้ชระดับโลก 3 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านให้มุมมองที่เติมเต็มสมรรถนะการคงอยู่กับปัจจุบัน (Maintains Presence) นี้ได้อย่างมหัศจรรย์เลย
- Alain Cardon ท่านนี้ทำให้เห็นภาพชัดมากเรื่องความถ่อมตัวทางปัญญาของโค้ช และการใช้ความเงียบมาสร้างพื้นที่ว่าง เพื่อดึงศักยภาพที่แท้จริงของโค้ชชี่ออกมา
- Claire Pedrick เจ้าของหลักการ “Less is More” ที่ชวนให้เราเชื่อมั่นว่ายิ่งโค้ชพยายามควบคุมน้อยลง โค้ชชี่จะยิ่งทำงานกับความคิดตัวเองได้มากขึ้น เปลี่ยนบทบาทจากผู้รู้มาเป็นผู้เกื้อกูล
- Deepa Divaakar ได้เติมเต็มเรื่องความละเอียดอ่อนในเรื่อง จุดรั่วไหล (Presence Leaks) ที่ขวางกั้นความไว้วางใจ ที่ส่งผลต่อความรู้สึกปลอดภัยในระดับจิตใต้สำนึกของโค้ชชี่
ในโลกของการโค้ช โค้ชมักให้ความสำคัญกับการฝึกฝนเครื่องมือ (Tools) และคำถามที่ทรงพลัง (Powerful Questions) แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ “โค้ชชี่จะไปได้ลึกเท่ากับความลึกของตัวโค้ชเองเท่านั้น”
ในสมรรถนะที่ 5 การคงอยู่กับปัจจุบัน (Maintains Presence) ตามนิยามของ ICF คือการมีสติอยู่กับโค้ชชี่อย่างสมบูรณ์ มีสไตล์ที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และมั่นใจ ซึ่งหากเรานำแนวคิดของทั้ง 3 ท่านมาประมวล ก็จะพบแก่นแท้ที่น่าสนใจ ดังนี้
- การโค้ชที่มีประสิทธิภาพสูงสุดมักมาจากสภาวะที่เรียกว่า ความถ่อมตัวทางปัญญา โค้ชต้องละทิ้งความอยากที่จะ ซ่อมปัญหาให้โค้ชชี่ เพราะการพยายามหาคำตอบให้ คือการสื่อสารว่าเราเก่งกว่า ซึ่งเป็นการลดทอนศักยภาพของโค้ชชี่โดยไม่รู้ตัว เมื่อโค้ชลดการควบคุมบทสนทนา โค้ชชี่จะเป็นเจ้าของเป้าหมายอย่างเต็มที่ โค้ชควรแสดงตัวตนที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่มืออาชีพที่อยู่สูงกว่า ซึ่งสอดคล้องกับคำว่าความร่วมมือ (Partnership) ที่เป็นหัวใจของโค้ช
-
การโค้ชเหมือนการมอบห้องว่างหรือกระดาษเปล่า ให้โค้ชชี่ได้ออกแบบชีวิตตัวเอง ความเงียบคือสภาวะสุญญากาศที่ดึงเอาสิ่งที่อยู่ในใจออกมาซึ่งเทคนิคของการใช้ความเงียบ คือ จงขัดจังหวะเมื่อโค้ชชี่เล่าเรื่องเดิมๆ เพื่อหยุดการฉายหนังม้วนเดิมที่เขารู้อยู่แล้ว และ จงเงียบสนิท เมื่อโค้ชชี่กำลังใช้ความคิด เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับตัวตน
- จุดรั่วไหลที่ขวางกั้นความไว้วางใจของโค้ชชี่ สามารถรั่วไหลได้ผ่าน 5 แบบของโค้ช 1)ร่างกาย-การขยับตัวไปมา หรือการก้มหน้าจดบันทึกตลอดเวลา อาจเป็นเกราะซ่อนความไม่มั่นใจของโค้ช 2)ลมหายใจ-จังหวะที่เร่งรีบหรือการถามคำถามรัวๆ จะปิดกั้นพื้นที่การหายใจและความคิดของโค้ชชี่ 3)อารมณ์-การรีบปลอบโยนหรือยื่นทิชชู่มักเกิดจากโค้ชไม่สามารถทนเห็นอารมณ์ที่เข้มข้นตรงหน้าได้ 4)ความคิด-การด่วนตัดสิน หรือการรีบหยิบโมเดลการโค้ชมาใช้เร็วเกินไป 5)เจตจำนง-การโค้ชที่ขับเคลื่อนด้วยอีโก้ โค้ชเพื่อต้องการคำชมหรือการยอมรับจากโค้ชชี่
- สภาวะการคงอยู่กับปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในเซสชัน แต่เป็นผลจากการฝึกฝน โดยโค้ชจำเป็นต้องจัดการอารมณ์และปมภายในของตนเองผ่านการรับคำชี้แนะ (Supervision) เพื่อให้ตนเองเป็นกระจกเงาที่ใสที่สุด และการลดช่องว่างระหว่างภายในและภายนอกของตนเอง แล้วสภาวะการคงอยู่กับปัจจุบันจะไหลเวียนอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพยายามและควบคุม
บทสรุปสำหรับโค้ช
การโค้ชที่มีคุณภาพไม่ได้วัดกันที่คำถามที่สวยหรู แต่วัดที่ ความกล้าที่จะอยู่กับความว่างเปล่า และการเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อให้ปัญญาของโค้ชชี่ได้ปรากฏออกมาเอง




